วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

การเข้าชั้นเรียน 5 ก.พ. 2552

1 = ไม่มา 2 = มา

ชไมพร โพธิ์สุข 2

พรรณนิภา อ่ำช่วย 2

ฐิติมา โสภณ 1

เรวดี เดชบุญพบ 2

แอ๋ว ซิ้มเทียม 2

อรธิรา ด้วงเงิน 1

สมร บุญเพิ่ม 2

จันทร์ฉาย ลาวพิมาน 2

นูรดีนา กาดามุง 2

อังคณา มูนะ 2

ธารทิพย์ จังหรีด 2

สุกานดา พันธุ์วิจิตร 2

ทิตติยา เข็มภูเขียว 2

เกศสินี เพิ่มญาติ 2

พัฒนา ผึ่งผาย 2

ฐิตาพร ดารากร ณ อยุธยา 2

สวานี อุแม 2


วิภาดา 2

พัชนี แบ่งเพชร 2


จิราภรณ์ สุภรส 2


จิราภรณ์ ใจกล้า 2

จิราวรรณ สีเหลื่อม 2

ณัฐพร นุยา 2

ดุษฎี อภิญญาคม 2

วรรณิษา แหวนวงษ์ 2

สิริพร อนันต์ 2

นฤมล บุญสันท์ 2

นุตาวรรณ หมัดนุรักษ์ 2

พิราพร ประดับเสริฐ 2

เพลินพิศ มั่งมูล 2

ภีรณัฐ พวงมณี 2

วราลี สมรภูมิ 2

วัชรา ทิพเจริญ 2

วิพาวดี ลิ่มมโนชฌ์ 2

สะกาวเดือน สงค์มา 2

สายใจ อาชีวะ 2

สุนิดา ทิพประมวล 2

สุวารี หอมรองบน 2

อรุณกมล สืบพรม 2

อัจฉราพรรณ สิทธิ์สีจัน 2

อุบล ไตรภพ 2

ปาจรีย์ ทองสีนุช 2

กนกวรรณ ไข่ติยากุล 2

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552

ครั้งที่1

ให้แต่ละกลุ่มกำหนดหน่วยการเรียน..และแตกสาระ เพื่อเป็นทุ่นลอยในการออกแบบกิจกรรมต่อไป
อ.จ๋า

ดอกไม้


หน่วย ดอกไม้
กิจกรรม
1.การนับ
ชื่อกิจกรรม การนับจำนวนดอกไม้
วิธีทำกิจกรรม ครูนำดอกไม้ใส่ตระกร้าแล้วให้เด็กนำดอกไม้มาว่างใส่ทีละดอก แล้วนับมีดอกไม้ทั้งหมดกี่ดอก
2.ตัวเลข
ขื่อกิจกรรม ดอกไม้แทนตัวเลข
วิธีทำกิจกรรม ถ้าครูเอยเลข3 ขึ้นมาให้เด็กหยิบดอกไม้3ดอก
3.การจับคู่
ชื่อกิจกรรม จับคู่ดอกไม้ที่มีสีเหมือนกัน
วิธีทำกิจกรรม ครูให้เด็กถือดอกไม้คนละ1ดอก แล้วครูให้คำสั่ง เช่น เรียกสีแดงก็ให้เด็กที่ถือดอกไม้สีแดงจับคู่กัน
4.การจัดประเภท
ชื่อกิจกรรม หาคู่ให้หนูหน่อย
วิธีทำกิจกรรม ครูเตรียมดอกไม้ ใบไม้ ลำต้นของดอกไม้ แล้วให้เด็กถือ แล้วเป่านกหวีดให้เด็กวิ่งหากลุ่มของตนเอง
5.การเปรียบเทียบ
ชื่อกิจกรรม สั้น-ยาว
วิธีทำกิจกรรม ครูนำดอกไม้ที่มีขนาดไม่เท่ากัน แล้วให้เด็กออกมาเปรียบเทียบดอกไม้ ว่าดอกไหนสั้น ดอกไหนยาว
6. การจัดลำดับ
ชื่อกิจกรรม กว่าจะเป็นดอกไม้
ครูนำดอกไม้ตั้งแต่เริ่มแตกยอด ไปจนเป็นดอกบาน นำมาให้เด็กจัดลำดับ การเจริญเติบโตของดอกไม้
7. รูปทรงและเนื้อที่
ชื่อกิจกรรม สังเกตรูปภาพดอกไม้
วิธีทำกิจกรรม ครูนำดอกไม้มาหลายชนิด แล้วครูก็หยิบดอกไม้แต่ละชนิดออกมาให้เด็กดู แล้วถามว่าดอกไม้แต่ละชนิดมีรูปทรงแบบไหน
8.การวัด
ชื่อกิจกรรม หนักเบาหรือเท่ากัน
วิธีทำกิจกรรม ครูนำดอกไม้มาหลายชนิด แล้วให้เด็กเปรียบเทียบว่า ดอกไหนหนักและดอกไหนเบา หรือ ดอกไหนใหญ่หรือเล็ก
9.การเซท
ชื่อกิจกรรม จัดให้ถูกต้อง
วิธีทำกิจกรรม ครูนำดอกไม้มา 3 ชนิด มี ยอดดอก ดอกตูม ดอกบาน มาอย่างละ 5 ดอก แล้วให้เด็กแยกเป็นกลุ่ม
10.การทำตามแบบหรือลวดลาย
ชื่อกิจกรรม จิ๊กซอว์ต่อให้ครบ
วิธีทำกิจกรรม ครูนำภาพที่สมบรูณ์ให้เด็กดูก่อน แล้วนำจิ๊กซอว์มาให้เด็กต่อให้เป็นภาพที่สมบรูณ์
11.การอนุรักษ์
ชื่อกิจกรรม การดูแลดอกไม้
วิธีทำกิจกรรม ครูนำดอกไม้และแจกันแล้วแจกแจกันให้เด็ก คนละ1ใบ แล้วให้เด็กหยิบดอกไม้มาใส่แจกันแล้วให้เด็กเริ่มสังเกตดอกไม้ในวันต่อไปว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรโดยใช้เวลาสังเกต 3 วัน

สมาชิกในกลุ่ม
1. น.ส. จันทร์ฉาย ลาวพิมาย
2. น.ส. นฤมล บุญสันท์
3. น.ส. นรูดีนา กาดามุง

แผนการจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้
หน่วย ดอกไม้
เรื่อง ลักษณะของดอกไม้

• สาระสำคัญ
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ เด็กได้มีโอกาส ฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา จากการสนทนา โต้ตอบ ร้องเพลงร่วมกัน เกี่ยวกับการทำกิจกรรมนั้น ๆ
• จุดประสงค์ / สภาพที่พึงประสงค์
1. สนทนาโต้ตอบ / เล่าเป็นเรื่องราวได้
2. แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
3. ปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน
• สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ : ชื่อ สี กลิ่น และลักษณะของดอกไม้
2. ประสบการณ์สำคัญ : การสนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่อง ร้องเพลง
• วิธีดำเนินการจัดกิจกรรม
ขั้นนำ
1 . ครูร้องเพลงให้เด็กฟัง 1 รอบและร้องเพลงพร้อมกัน
ครูสนทนาและถามว่าเด็กๆรู้จักชื่อดอกไม้อะไรบ้าง
2. ครูให้เด็กบอกชื่อ สี กลิ่น รูปร่าง และลักษณะของดอกไม้ที่ตนเองชอบคนละ 1 ชนิด

ขั้นสอน
1. ครูนำดอกไม้ชนิดต่าง ๆ มาให้เด็กดู แล้วครูและเด็กร่วมกันสนทนาซักถามถึงชื่อ สี กลิ่น รูปร่าง และลักษณะของดอกไม้ที่ครูนำมา โดยใช้คำถามนำ ดังนี้
- “เด็ก ๆ รู้จักดอกไม้ชนิดใดบ้าง?”
- “เด็ก ๆ ชอบดอกไม้ชนิดใดบ้าง เพราะเหตุใดจึงชอบ?”
- “ดอกไม้ชนิดใดบ้าง ที่มีกลิ่นหอม?”
ครูแบ่งกลุ่มเด็กๆตามชนิดของดอกไม้
3. ครูให้เด็กจับคู่ดอกไม้ชนิดละ 1 ดอกแล้วนำมาเปรียบเทียบกันว่าแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร
ขั้นสรุป
1. ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลง “ดอกไม้”
2. ครูและเด็กร่วมกันสนทนาและทำแผนที่ทางความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะของดอกไม้


• สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
- สื่อการเรียนรู้
ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ดอกเข็ม ดอกพุทธรักษา ดอกรัก ดอกกล้วยไม้ เพลงดอกไม้ วิทยุเทป
- แหล่งเรียนรู้
ห้องจัดประสบการณ์ / บริเวณโรงเรียน
• การวัด / ประเมินผล
- วิธีวัด ใช้การสังเกต / บันทึก

นางสาวนฤมล บุญสันท์
รหัส 4911201426

แผนการจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้
หน่วย ดอกไม้ เรื่อง ประโยชน์ของดอกไม้

• สาระสำคัญ
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ เด็กได้มีโอกาส ฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา จากการสนทนา โต้ตอบ อภิปราย ร้องเพลงร่วมกัน เกี่ยวกับการทำกิจกรรมนั้น ๆ
• จุดประสงค์
1. สนทนาโต้ตอบ / เล่าเป็นเรื่องราวได้
2. แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
3. เล่นหรือทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้
• สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ : ประโยชน์ และโทษของดอกไม้
2. ประสบการณ์สำคัญ : การสนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่อง ร้องเพลง
• วิธีดำเนินการจัดกิจกรรม
ขั้นนำ
ครูทวนเพลงและชื่อดอกไม้แต่ละชนิด
ขั้นสอน
1. ครูกับเด็กร่วมกันสนทนา ซักถามเกี่ยวกับประโยชน์ของดอกไม้ โดยใช้คำถามนำ ดังนี้
- “ถ้าให้เป็นดอกไม้ เด็ก ๆ อยากเป็นดอกอะไรมากที่สุด เพราะเหตุใด?”
- “ดอกไม้มีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร?”

ขั้นสรุป
1. ครูและเด็กร่วมกันสรุปถึงประโยชน์ของดอกไม้
2. ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลง “ดอกไม้”
• สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
- สื่อการเรียนรู้
ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เพลงดอกไม้ วิทยุเทป
- แหล่งเรียนรู้
ห้องจัดประสบการณ์ / บริเวณโรงเรียน

• การวัด / ประเมินผล
1.เด็กสามารถสนทนากับครูได้
2.เด็กสามารถบอกประโยชน์ของดอกไม้ได้
3.เด็กสามารถบอกโทษของดอกไม้ได้
4.เด็กสามารถร้องเพลงร่วมกับครูได้



ชื่อ นางสาวนูรดีนา กาดามุง
รหัส 4911201400

แผนการจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้
หน่วย ดอกไม้ เรื่อง การดูแลรักษาดอกไม้

• สาระสำคัญ
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ เด็กได้มีโอกาส ฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา จากการสนทนา โต้ตอบ ร้องเพลงร่วมกัน เกี่ยวกับการทำกิจกรรมนั้น ๆ
• จุดประสงค์
1. สนทนาโต้ตอบ / เล่าเป็นเรื่องราวได้
2. แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
3. เล่นหรือทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้
• สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ : การดูแลรักษาดอกไม้
2. ประสบการณ์สำคัญ : การสนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่อง
ร้องเพลง
• วิธีดำเนินการจัดกิจกรรม
ขั้นนำ
ครูทวนเพลง ชื่อ ประโยชน์และโทษของดอกไม้ที่เรียนผ่านมา 2 วันที่แล้ว
ขั้นสอน
1. ครูหาอาสาสมัครออกมาเล่าถึงประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับสถานที่ที่มีไดอก ไม้ที่เด็กเคยเห็นหรือเคยสัมผัส
2. ครูแบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆละ4-5คน
3 .ครูให้เด็กออกมาดูดอกไม้ที่ครูเตรียมมาให้ทีละกลุ่ม
4 . ครูให้เด็กแต่ละกลุ่มเนอความคิดในการดูแลดอกไม้ที่ออกมาดู

ขั้นสรุป
ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลงดอกไม้
ครูและเด็กร่มกันสนทนาเกี่ยวกับวิธีการดูแลดอกไม้

• สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
- สื่อการเรียนรู้
กระถางไม้ดอก ไม้ประดับ เพลงดอกมะลิ วิทยุเทป เรื่องเล่าจากประสบการณ์ ของเด็ก ภาพเกี่ยวกับการดูแลรักษาต้นไม้
- แหล่งเรียนรู้
ห้องจัดประสบการณ์
• การวัด / ประเมินผล
เด็กสามารถตอบโต้ สนทนาเกี่ยวกับการดูแลดอกไม้ได้

ชื่อนางสาว จันทร์ฉาย ลาวพิมาย
4911201236

ผลไม้


หน่วยผลไม้
กิจกรรมหรรษา
อุปกรณ์
1.ฝรั่ง 10 ลูก
2.ตะกร้า 4 ใบ
ขั้นตอนตอนการทำกิจกรรม
1. ครูนำฝรั่งขึ้นมา 2 ลูกและถามเด็กๆว่า เด็กรู้จักสิ่งที่ครูนำมาหรือไม่
2. ครูถามเด็กๆ ต่อไปว่า ฝรั่ง 2 ลูกนี้มีลักษณะอย่างไร
3. แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มเท่า ๆ กัน
4. ครูวางข้อตกลงและกติกาการเล่นเกมโดย
4.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยืนเรียงแถวตอนลึกโดยมีตะกร้าฝรั่งวางไว้หัวแถว และวางตะกร้าเปล่าออกไป 5 เมตร
4.2 ครูเป่านกหวีดให้สัญญาณ แล้วให้เด็กคนที่อยู่หัวแถวแต่และแถวหยิบฝรั่งที่อยู่ในตะกร้าที่อยู่หัวแถวไปใส่ในตะกร้าอีกใบที่เตรียมไว้และวิ่งกับไปหัวแถวใหม่และคนที่ 2 และคนต่อ ๆ ไปก็ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าฝรั่งจะหมดตะกร้า
4.3 ถ้าใครทำฝรั่งหลุดมือต้องวิ่งกลับมาเอาฝรั่งลูกใหม่มาใส่ตะกร้าแทน
4.4 ทีมใดนำฝรั่งใส่ตะกร้าได้หมดก่อนทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะ
4.5 จากนั้นให้แต่ละทีมนับดูว่าฝรั่งในตะกร้าของตัวเองมีกี่ลูก

สมาชิกในกลุ่ม
1.นางสาวเกศสิณี เพิ่มญาติ
2.นางสาวจิราภรณ์ ใจกล้า
3.นางสาวสะกาวเดือน สงค์มา
4.นางสาวทิตติยา เข็มภูเขียว

แผนการจัดประสบการณ์ ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2
หน่วย ผลไม้ เรื่อง ลักษณะผลไม้
วันที่ 26 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 20 นาที
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (ดุษฎี อภิญญาคม)
สาระสำคัญ
ผลไม้มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันทั้งในด้านรูปร่าง ลักษณะ สี ผิว รสชาติ และส่วนประกอบแตกต่างกัน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อให้เด็กรู้จักชื่อของผลไม้
2. เพื่อให้เด็กรู้จักสีของผลไม้
3. เด็กสามารถจัดหมวดหมู่สีของผลไม้ได้
สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
- ชื่อและลักษณะของผลไม้ชนิดต่าง ๆ
ประสบการณ์สำคัญ
- เด็กรู้จักชื่อและสีของผลไม้
กิจกรรม
ขั้นนำ
- ครูท่องคำคล้องจงพร้อมทำท่าทางประกอบ “ผลไม้บ้านเรา”
- ครูร่วมสนทนาถึงผลไม้ที่มีอยู่ในคำคล้องจอง โดยครูใช้คำถาม ดังนี้
- ผลไม้ที่มีอยู่ในคำคล้องจองมีอะไรบ้าง?
ขั้นสอน
- ครูขอตัวแทนเด็กจำนวน 5 คน เพื่อมาหยิบผลไม้ในตะกร้า
- เมื่อเด็กหยิบผลไม้ขึ้นมาแล้ว ให้เด็กหันไปหาเพื่อน เพื่อบอกสีของผลไม้ชนิดที่ตนจับขึ้นมาได้
จากนั้นให้ไปวางตรงกับตำแหน่งของกระดาษสีโปสเตอร์ที่ตรงกัน เพื่อจัดหมวดหมู่สีของผลไม้
ขั้นสรุป
- ครูและเด็กร่วมกันสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นแผนผังความคิด ถึงผลไม้ที่เด็กชอบทาน
สื่อการเรียนรู้-แหล่งเรียนรู้
- คำคล้องจอง “ผลไม้บ้านเรา”
- ผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น แอปเปิล ส้ม กล้วยน้ำว้า มะม่วง ชมพู่ เป็นต้น
- ตะกร้าใส่ผลไม้
การวัดและประเมินผล
วิธีการวัด
- สังเกตจากการตอบคำถาม สนทนาซักถาม และแสดงความคิดเห็น
- สังเกตการแสดงออกและคิดอย่างมีเหตุผล
เครื่องมือวัด
- แบบสังเกตพฤติกรรม
เกณฑ์การประเมินผล
- เด็กสามารถตอบชื่อและสีของผลไม้ถูกต้อง 3 ใน 5 ชนิด
- เด็กจัดหมวดหมู่สีของผลไม้ได้ถูกต้องอย่างน้อย 2 สี

ภาคผนวก
คำคล้องจอง ผลไม้บ้านเรา
สำอางค์ สืบค้า

มะพร้าวบ้านเรา มีเนื้อขาว ๆ อร่อยชื่นใจ
ทุเรียนลำไย ลูกใหญ่หวานดี
อีกกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ปลูกได้ทุกที่
มะม่วงลิ้นจี่ รสดีหวานเปรี้ยว
สับปะรด มะละกอ กระท้อนห่อ ส้มเขียว
หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ อร่อยจริงเอย


หน่วยผลไม้
กิจกรรม ส่วนประกอบของผลไม้

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเด็กสามารถแบ่งส่วนประกอบของผลไม้ได้จากส่วนต่างๆ
2. เพื่อให้เด็กสามารถแบ่งส่วนที่เป็นเนื้อของผลไม้ได้
3. เพื่อให้เด็กสามารถแบ่งส่วนที่เป็นเมล็ดของผลไม้ได้

ขั้นนำ
- ครูอธิบายกิจกรรมและแนะนำผลไม้
- ครูอธิบายข้อตกลงและกฎกติกา

ขั้นสอน
- ครูแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน
- ครูให้เด็กแบ่งส่วนประกอบของผลไม้พร้อมบอกชื่อผลไม้ เช่นเนื้อผลไม้ของแอปเปิ้ล เป็นต้น

ขั้นสรุป
- ครูและเด็กร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกันการแยกส่วนประกอบของผลไม้

แผนการจัดประสบการณ์ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551
สัปดาห์ที่ 5 หน่วย ผลไม้
กิจกรรม เสริมประสบการณ์ เวลา 20 นาที
ใช้สอนวันที่ 27 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ 2552 (นางสาวอุบล ไตรภพ)
.................................................................................................................................................................................
1. สาระสำคัญ
ประโยชน์ของผลไม้เช่น ป้องกันท้องผูก เป็นอาหารสัตว์ และใช้ทำยา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 เพื่อฝึกทักษะการฟังนิทาน การแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลได้
2.2 เพื่อฝึกทักษะกระบวนการคิด มีสมาธิในการทำงาน
2.3 ปลูกฝังคุณธรรมความกตัญญูกตเวที
2.4 เพื่อให้เด็กบอกประโยชน์ของผลไม้ได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระที่ควรเรียนรู้
- ประโยชน์ของผลไม้
3.2 ประสบการณ์สำคัญ
3.2.1 การเรียนรู้ทางสังคม
- การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น
3.2.2 การใช้ภาษา
- การแสดงความรู้สึกด้วยคำพูด
4. กิจกรรม
4.1 ครูเล่านิทานเรื่อง “ลูกลิงยอดกตัญญู”
4.2 ครูแนะนำหนังสือภาพเสริมประสบการณ์ เรื่อง “ ลูกลิงยอดกตัญญู” เล่าให้เด็กฟังทีละหน้าจากนั้นให้เด็กอ่านตามทีละวรรค จากหน้าที่ 1 – 8 โดยให้เด็กอ่านตาม 1 – 2 รอบ
4.2 ครูและเด็กสนทนาเกี่ยวกับเนื้อเรื่องราวในหนังสือ โดยครูตั้งคำถามให้เด็กคิดและตอบ เช่น
- ลูกลิงอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร
- เกิดอะไรขึ้นกับแม่ลิง
- ลูกลิงช่วยแม่ลิงอย่างไร
- ถ้านักเรียนเป็นลูกลิงจะทำเช่นนั้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
4.3 เด็กและครูร่วมกันสรุปคติสอนใจของนิทาน “ลูกลิงยอดกตัญญู”
5. สื่อการเรียนรู้-แหล่งเรียนรู้
- นิทานเรื่อง“ลูกลิงยอดกตัญญู” เพลงส้ม (ภาคผนวก)
6. การวัดและประเมินผล
6.1 วิธีการวัด
- สังเกตจากการตอบคำถาม สนทนาซักถาม และแสดงความคิดเห็น
- สังเกตการแสดงออกและคิดอย่างมีเหตุผล
6.2 เครื่องมือวัด
- แบบสังเกตพฤติกรรม
6.3 เกณฑ์การประเมินผล
- เด็กสามารถบอกประโยชน์ของผลไม้


เรื่อง โทษของผลไม้ (นางสาววิพาวดี ลิ่มมโนชฌ์)
จุดประสงค์
- เด็กร่วมสนทนากับครูได้
- สามารถบอกถึงโทษของผลไม้ได้
ขั้นนำ
ให้เด็กตอบปริศนาคำทายเกี่ยวกับผลไม้ชนิดต่างๆ ดังนี้
- อะไรเอ่ย ? เปลือกเป็นหนามแหลม แบ่งเป็นพูพู กลิ่นแรงน่าดู ถ้าชอบว่าหอม (ทุเรียน)
- อะไรเอ่ย ? เปลือกเขียวเนื้อแดง เม็ดแห้งสีดำ เนื้อหวานชุ่มช่ำ กินแล้วชื่นใจ (แตงโม)
- อะไรเอ่ย ? เรียกใบว่าทาง เรียกลูกว่าทะลาย ผลอ่อนกินได้ ผลแก่คั้นกะทิ (มะพร้าว)
ขั้นสอน
ครูเล่านิทานเรื่อง โอ๊ย...ปวดท้อง
หนูนาและหนูนีเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส เช้าวันหนึ่งทั้งสองเดินไปเจอ ร้านขายผลไม้
หนูนาพูด ”เรามีเงิน 10 บาท ซื้อผลไม้ได้เพียง 1 อย่าง
หนูนีพูด”เราจะซื้ออะไรดีล่ะ มะม่วงสด มะม่วงดอง เงาะโรงเรียน ”
หนูนาพูด ”ฉันไม่เคยไม่เคยกินมะม่วงดอง เราลองซื้อไปกินกันดีมั้ย”
หนูนีพูด”ฉันก็อยากกินเหมือนกัน” เมื่อทั้งสองกินมะม่วงดองเข้าไป ก็ส่งเสียงร้องขึ้น โอ๊ย..ปวดท้องจังเลย
ทำไมเราถึงปวดท้องอย่างนี้ เป็นเพราะกินมะม่วงดองเข้าไปแน่เลย โอ๊ย...วันหลังเราจะไม่กินผลไม้ดองอีกแล้ว
ขั้นสรุป
ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับนิทาน ดังนี้
- ถ้าเด็กเป็นหนูนากับหนูนี เด็กๆจะซื้อผลไม้ชนิดใด เพราะอะไร
- เด็กๆคิดว่ามีผลไม้ชนิดใดบ้างที่รับประทานแล้วจะเกิดโทษ เพราะอะไร

แอบเปื้ล



ขอบข่ายกิจกรรมแอปเปิ้ล
1. การนับ(counting)
- ให้เด็กนับจำนวนแอปเปิ้ล
- ให้เด็กนับราคาของแอปเปิ้ล
2. ตัวเลข(Numeration)
- ให้เด็กหยิบตัวเลขที่จะซื้อแอปเปิ้ล
3. จับคู่(Matching)
- ให้เด็กจับคู่สีของแอปเปิ้ล
- ให้เด็กจับคู่ขนาดของแอปเปิ้ล
- ให้เด็กจับคู่จำนวนของแอปเปิ้ล
4. การจัดประเภท(Classification)
- ให้เด็กแยกแอปเปิ้ลที่มีสีเดียวกัน
- ให้เด็กแยกขนาดของแอปเปิ้ล
- ให้เด็กแยกจำนวนของแอปเปิ้ล
5. การเปรียบเทียบ(Comparing)
- ให้เด็กเปรียบเทียบแอปเปิ้ลที่มีขนาดเล็ก - ใหญ่
6. การจัดลำดับ(Ordering)
- ให้เด็กเรียงลำดับรูปภาพขนาดของแอปเปิ้ลที่มีขนาดเล็กที่สุด ไปหาแอปเปิ้ลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
7. รูปทรงและเนื้อที่(Shape and Space)

8. การวัด(Measurement)
- ให้เด็กชั่งน้ำหนักแอปเปิ้ล โดยใช้สองมือเด็กในการประมาณค่าน้ำหนัก ของแอปปเปิ้ลแต่ละลูก
9. เซท(Set)
- ให้เด็กแยกแอปเปิ้ลสีแดงกับสีเขียว

10. เศษส่วน(Fraction)
- ให้เด็กแบ่งแอปเปิ้ล 1 ลูกเป็น 4 ชิ้นเท่าๆกัน
11. การทำตามแบบหรือลวดลาย (Patterning)
- ให้เด็กเลือกแอปเปิ้ลตามขนาดที่ครูกำหนด
- ให้เด็กเลือกแอปเปิ้ลตามสีที่ครูกำหนด
12. การอนุรักษ์(Conservation)
- ครูถามเด็กว่า แอปเปิ้ล 1 ลูก ที่นำมาบดละเอียด กับแอปเปิ้ล 1 ลูก ที่ไม่ได้บด มีปริมาณเท่ากันหรือไม่อย่างไร

หน่วยแอปเปี้ล
(วันที่1)
กิจกรรม รู้เรื่องแอปเปิ้ลกันเถอะ
จุดประสงค์
เพื่อให้เด็กบอกชื่อ ลักษณะ สี รูปร่าง ขนาดของแอปเปิ้ลได้
สาระสำคัญ
เด็กได้เปรียบเทียบลักษณะ รูปร่าง ขนาดของแอปเปิ้ล
เนื้อหา
การเรียนรู้เรื่องชื่อ ลักษณะ สี รูปร่าง ขนาดของแอปเปิ้ล
กิจกรรม
ขั้นนำ
1. ครูนำปริศนาคำทายมาทายเด็กๆ ดังนี้
- อะไรเอ่ย ผลไม้อะไรที่สโนไวท์ชอบทาน?
ขั้นสอน
2. ครูนำแอปเปิ้ลใส่ตระกร้า แล้วให้เด็กๆทายว่า อะไรอยู่ในตระกร้า
3. ครูเปิดผ้าคลุมออก แล้วให้เด็กนับแอปเปิ้ลในตะกร้า
4. ครูให้เด็กแยกสีแอปเปิ้ลและเปรียบเทียบจำนวนแอปเปิ้ล
5. ครูให้เด็กเปรียบเทียบขนาดของแอปเปิ้ล
6. ครูให้เด็กเรียงลำดับขนาดของแอปเปิ้ล
ขั้นสรุป
ครูและเด็กสนทนาและเปรียบเทียบลักษณะของแอปเปิ้ล
สื่อ
แอปเปิ้ล

การประเมินผล
1. สังเกตการตอบคำถาม
2. สังเกตการร่วมกิจกรรม

(วันที่ 2 )
ชื่อกิจกรรม ส่วนประกอบของแอปเปิ้ล
จุดประสงค์
เพื่อให้เด็กรู้จักส่วนประกอบต่าง ๆ ของแอปเปิ้ล
สาระสำคัญ
เด็กรู้ส่วนประกอบต่างๆของแอปเปิ้ล
เนื้อหา
การเรียนรู้ส่วนต่างๆของแอปเปิ้ล เปลือก เนี้อ เมล็ด
กิจกรรม
ขั้นนำ
1. ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลงและทำท่าประกอบเพลง แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม
ขั้นสอน
2. ครูใช้คำถามถามเด็กดังนี้
- เด็กๆค่ะแอปเปิ้ลที่ครูนำมามีกี่สีค่ะ
- เด็กๆคิดว่าข้างในแอปเปิ้ลมีสีอะไรบ้างค่ะ
- เด็กๆคิดว่าข้างในแอปเปิ้ลมีอะไรบ้างค่ะ
- เด็กๆคิดว่าข้างในแอปเปิ้ลทั้งสองสีเหมือนหรือต่างกันอย่างไรค่ะ
- เด็กๆคิดว่าแอปเปิ้ลมีรสชาติอะไรบ้างค่ะ
- เด็กๆจะให้ครูผ่าแอปเปิ้ลกี่ครั้งค่ะ
- เด็กๆจะแบ่งแอปเปิ้ลเป็นกี่ชิ้นดีค่ะ
3. ครูให้เด็กทานแอปเปิ้ลโดยที่ครูแบ่งให้เด็ก
ขั้นสรุป
4. ครูและเด็กสนทนาเกี่ยวกับส่วนประกอบและรสชาติของแอปเปิ้ล
สื่อ
1. เครื่องเคาะจังหวะ
2. แอปเปิ้ล
3. เคียง
4. มีด
5. จาน
6. ช้อน ส้อม
การประเมินผล
1. สังเกตการตอบคำถาม
2. สังเกตการแสดงความคิดเห็น


กิจกรรม แอปเปิ้ลมาจากไหน
จุดประสงค์
1. ร่วมสนทนาและตอบคำถามกับครูได้
2. รู้จักที่มาของแอปเปิ้ลได้
3. รู้จัก จำนวนบวก ลบเลขอย่างง่ายได้
สาระสำคัญ
เด็กรู้ที่มาของแอปเปิ้ล
เนื้อหา
การเจริญเติบโตและการแพร่พันธุ์ แอปเปิ้ลมีการแพร่พันธุ์โดยต้องอาศัยสิ่งต่างๆ พาไป ได้แก่ มนุษย์ ใช้วิธีการตอนกิ่ง เมล็ด จากตรงกลางของแอปเปิ้ลมีเมล็ดเอามาปลูก แมลง จากดอกแอปเปิ้ลต้องอาศัยผึ้งและแมลงในการช่วยผสมเกสร
ต้นแอปเปิ้ลเป็นพืชล้มลุก ต้นแอปเปิ้ลจะออกผลใน 3 – 4 ปี ต้นสูง 5 – 12 เมตร
กิจกรรม
ขั้นนำ
1. ครูให้เด็กท่องคำคล้องจอง “แม่ค้าแอปเปิ้ล”
ขั้นสอน
2. ครูสนทนากับเด็กเกี่ยวกับที่มาของแอปเปิ้ล โดยใช้คำถามดังนี้
- เด็กๆเคยเห็นแอปเปิ้ลที่ไหนบ้างค่ะ
- ถ้าเด็กๆไปตลาดเด็กๆอยากได้แอปเปิ้ลเด็กๆจะทำอย่างไรค่ะ
- ถ้าเด็กมีเงิน 3 บาท แอปเปิ้ลลูกละ 5 บาท เด็กๆจะต้องเพิ่มเงินเท่าไรค่ะ
3. ครูนำภาพแอปเปิ้ลมาอธิบายให้เด็กฟัง
ขั้นสรุป
4. ครูและเด็กร่วมกันสรุปการเจริญเติบโตของแอปเปิ้ลและร่วมกันท่องคำคล้องจอง
5. ครูแลเด็กร่วมกันสรุปประโยชน์ของแอปเปิ้ล


สื่อ
1. คำคล้องจ้อง “แม่ค้าแอปเปิ้ล”
2. รูปภาพแอปเปิ้ล

การประเมินผล
1. สังเกตการตอบคำถาม
2. สังเกตการแสดงความคิดเห็น


คำคล้องจอง
แม่ค้าแอปเปิ้ล
แม่ค้า แม่ค้า แอปเปิ้ล ซื้อ หนึ่ง สอง สาม
ราคาเท่าไร ขอซื้ออีกที
สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ
แอปเปิ้ลกลิ้งตก รีบเก็บไว ไว


วันที่ 4 กิจกรรม น้ำแอปเปิ้ลปั่น
จุดประสงค์
1. ร่วมทำกิจกรรมกับครูและเพื่อน ๆ ได้
2. ร่วมสนทนากับครูและผู้อื่นได้
3. บอกรสชาติของน้ำแอปเปิ้ลปั่นได้
สาระสำคัญ
แอปเปิ้ลคือผลไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถนำมารับประทานได้
แอปเปิ้ลนำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่างเช่น เครื่องดื่ม และขนม
เนื้อหา
เด็กได้เรียนรู้การทำน้ำผลไม้ปั่นจากลูกแอปเปิ้ล
กิจกรรม
ขั้นนำ
1. ครูและเด็กร่วมกันท่องคำคล้องจองแอปเปิ้ล
ขั้นสอน
2. นำแอปเปิ้ลของจริงสนทนากับเด็ก
3. นำแอปเปิ้ลสีเขียวกับแอปเปิ้ล สีแดงมาสนทนากับเด็กโดยใช้คำถามดังนี้
- เด็กจะเลือกแอปเปิ้ลสีอะไรทำน้ำปั่นดีค่ะ
- ทำไมเอาสีนี้ค่ะ
- ให้ครูใส่แอปเปิ้ลกี่ชิ้นดีค่ะ
- น้ำเชื่อมกี่ช้อนดีค่ะ
- น้ำแข็งกี่แก้วดีค่ะ
- เกลือเท่าไรดีค่ะ
- จะกดเครื่องปั่นกี่ครั้งค่ะ
ขั้นสรุป
4. เด็กสามารถบอกปริมาณของส่วนประสมได้
5. เด็กสามารถบอกรสชาติของน้ำแอเปิ้ลได้
6. ครูและเด็กร่วมกันตั้งชื่อน้ำปั่น

สื่อ
1. เครื่องปั่นผลไม้
2. แอปเปิ้ล
3. มีด
4. เขียง
5. น้ำแข็ง
6. แก้วน้ำ
7. หลอด
8. น้ำหวาน
การประเมินผล
1. สังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม
2. สังเกตการณ์ตอบคำถาม
3. สังเกตการแสดงความคิดเห็น

ไข่


กิจกรรมคณิตศาสตร์
หน่วยไข่
กิจกรรมไข่หรรษา
วิธีดำเนินกิจกรรม
การนับ
1. นับจำนวนไข่ว่ามีกี่ฟอง
2. จัดประเภทและนับจำนวนไข่ว่ามีกี่ชนิด
3. นับตะกร้าที่ใส่ไข่ว่ามีกี่ใบ
4. นับสีของเปลือกไข่ว่ามีกี่สี
5.ให้เด็กนับรูปทรงของเปลือกไข่
ตัวเลข
1. นำตัวเลขตามจำนวนของไข่ที่นับได้มาใส่ในตะกร้าทั้งหมด
2. นำตัวเลขมาใส่ตามจำนวนของสีเปลือกไข่
3. ครูวางไข่ในตะกร้าแล้ว ให้เด็กหยิบตัวมาวางตามจำนวนของไข่แต่ละชนิด
การจับคู่
1. ครูให้เด็กจับคู่ตามสีของเปลือกไข่
2. ครูให้เด็กจับคู่ตามขนาดของไข่
3. ครูให้เด็กจับคู่ไข่ตามตัวเลขที่ครูกำหนด
การจัดประเภท
1.ให้เด็กบอกประเภทสี....ของเปลือกไข่
2.ให้เด็กบอกประเภทรูปทรง....ของไข่
4.ให้เด็กบอกประเภทไข่ที่มีขนาดเล็ก
5.ให้เด็กบอกไข่ที่มีรูปทรงกลม
การเปรียบเทียบ
1.เด็กสามารถเปรียบเทียบน้ำหนักของไข่
2.เด็กสามารถเปรียบเทียบผิวของเปลือกไข่
3.เด็กสามารถเปรียบเทียบขนาดของไข่แดง
4.เด็กสามารถเปรียบเทียบสีของไข่แดง
การจัดลำดับ
1.เด็กสามารถเรียงลำดับไข่จากเล็กไปใหญ่
2.เด็กสามารถเรียงลำดับตามน้ำหนักของไข่
รูปทรงและเนื้อที่
1.ให้เด็กสังเกตุรูปทรงและบอกว่าไข่ว่ามีรูปทรงกี่ประเภท
2.ให้เด็กวัดเส้นรอบรูปของเปลือกไข่(ดัวยลวดกำมะยี่)
3.ให้เด็กหาภาชนะที่มีขนาดเหมาะสมมาใส่ไข่ตามขนาดของไข่
การวัด
1.ให้เด็กนำไม้บรรทัดมาวัดขนาดของไข่(ตามแนวตั้ง)
2.ให้เด็กวัดรอบนอกของเปลือกไข่ดัวยลวดกำมะยี่โดยการม้วนลวดรอบเปลือกไข่แล้วนำมาวัด
เซท
1.แผงไข่
2.ขนาด
3.รูปทรง
4.พื้นผิว
5.น้ำหนัก
6.สี
เศษส่วน
1.ให้เด็กแบ่งไข่ 2 ตะกร้าให้เท่าๆกัน
2.ให้เด็กแบ่งแยกไข่แต่ละชนิดออกจากกัน
3.ให้เด็กแบ่งไข่ดาวออกเป็นสองส่วนแล้วกินหนึ่งส่วนเรียกว่ากินไปครึ่งหนี่ง
4.ให้เด็กแบ่งไข่ดาวตามจำนวนของเพื่อน
การทำตามแบบหรือลวดลาย
1.สี
2.ขนาด
3.รูปทรง
4.พื้นผิว
5.น้ำหนัก
การอนุรักษ์
1.มีไข่ชนิดเดียวกันอยู่สองฟองใบที่หนึ่งทำไข่ต้ม ใบที่สองทำไข่ดาวแล้วให้เด็กเลือกไข่ที่คิดว่ามีปริมาณมากกว่า
2.ให้เด็กสังเกตและบอกว่าไข่ที่ใส่ในถ้วยหรือไข่ที่ใส่ในจานมีปริมาณมากกว่ากัน

สมาชิกในกลุ่มไข่
นางสาว จิราวรรณ สีเหลื่อม
นางสาว ณัฐพร นุยา
นางสาว วรรณิษา แหวนวงษ์
นางสาว วราลี สมรภูมิ

ข้าว



กิจกรรมคณิตศาสตร์
หน่วยข้าว
ชื่อกิจกรรม ข้าวน่ารู้
การนับ
- ให้เด็กนับว่าข้าวมีกี่ถ้วย
- ให้เด็กนับว่าข้าวมีกี่สี
- ให้เด็กนับว่าข้าวมีกี่ประเภท
ตัวเลข
- ให้เด็กนับว่าข้าวมีกี่ถ้วยแล้วให้เด็กนำตัวเลขมาแทนค่าที่เด็กนับจำนวนข้าวที่มี
- ให้เด็กนับว่าข้าวมีกี่สีแล้วให้เด็กนำตัวเลขมาใส่ตามจำนวนสี
- ให้เด็กนับว่าข้าวมีกี่ประเภทแล้วให้เด็กนำตัวเลขมาใส่ตามจำนวนที่นับประเภทของข้าว
การจับคู่
- ให้เด็กจับคู่ข้าวสารกับข้าวที่สุกแล้ว
- ให้เด็กจับกลุ่มที่สีแล้ว
- ให้เด็กจับกลุ่มข้าวที่สุกแล้ว
การจัดประเภท

- ข้าวที่สีแล้ว
การจัดลำดับ
- ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวสุก
- ขนาด เล็ก ใหญ่
- รูปทรง ทรงรี ทรงกลม
รูปทรงและเนื้อที่
- รูปทรงอ้วนป้อม
- รูปทรงรี
การวัด
- การตวง

- น้ำหนัก
เซท
- การตักข้าวใส่ถ้วยสองถ้วยให้เท่ากัน
เศษส่วน
- ข้าวถุงใหญ่มีขนาดเท่ากับข้าวถุงเล็กสองถุง
การทำตามแบบหรือลวดลาย
- ให้เด็กระบายสีรูปเมล็ดข้าว ตัดเป็นรูปเมล็ดข้าวแล้วเอาสำลีใส่ให้เป็นรูปทรงเมล็ดข้าว
การอนุรักษ์
- ให้เด็กเลือกข้าว 2 จานที่จาน 1 ตักใส่ถ้วยแล้วมาวาง อีกจาน 1 ตักใส่ถ้วยแล้วเกลี่ยให้ทั่วจาน

ไอศกรีม


Ice cream
การจำแนก
- รูปร่าง
* แท่ง * ถ้วย * กรวย * ก้อน
- รูปทรง
* กลม * สามเหลี่ยม *สี่เหลี่ยม
* ครึ่งวงกลม * กรวย *กระบอก
- สี
* แดง * ขาว * ชมพู * ฟ้า * ม่วง
* เขียว * น้ำตาล * ดำ * เหลือง * เทา * ครีม
- รสชาด
* หวาน * เปรี้ยว * ซ่า * มัน * หวานอมเปรี้ยว * ขม
* เค็ม * กาแฟ * ช็อคโกแล็ต * เรนโบว์
* ผลไม้
- กล้วย - สตอเบอรี่ - ส้ม - องุ่น - ลิ้นจี่ - ถั่วแดง - ข้าวโพด - สละ - ราสเบอรี่ - แอบเปิ้ล - มะนาว - สับปะรด
- กลิ่น
* ใบเตย * มะลิ * ทุเรียน * โคล่า * มิ้น * วานิลลา
- ผิวสัมผัส
* เรียบ * ขรุขระ * กรุบกรับ * เป็นเม็ด
การนับ
- แท่ง
- ถ้วย
- กรวย
- ก้อน
- อุณหภูมิ
* เย็นเป็นปกติ * เย็นมาก * เย็นเป็นเกร็ดน้ำแข็ง

จับลำดับ
- ขนาด
* ก้อนไอศกรีมในถ้วย * ความยาวของแท่งไอศกรีม
จับคู่
- สี + รสชาด
- สี + กลิ่น
- รูปร่าง/รูปทรง + ภาชนะ
เซต
- กลิ่น
* สังเคราะห์ * ธรรมชาติ
- รสชาด
* เดี่ยว * ผสม
- สี
* สังเคราะห์ * ธรรมชาติ
- น้ำหนัก
เศษส่วน
- จำนวนไอศกรีม / ถ้วย
- จำนวนไอศกรีม / กรวย
- จำนวนแท่งไอศกรีม / บรรจุภัณฑ์
- ปริมาณ / ราคา
การอนุรักษ์
- ไอศกรีมในกรวย กับไอศกรีมในแก้ว
- การวางไอศกรีมในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน
- ไอศกรีม 1 ก้อนในแก้วที่ไม่ละลาย กับ ไอศกรีม 1 ก้อนในแก้วที่ไม่ละลาย
แปรรูป
- ไอศกรีมปั่น
- ไอศกรีมทอด
- เค้ก
ส่วนประกอบ
- ภายใน
* นมสด / นมข้น * แป้งมัน * กะทิ *น้ำตาลทราย
* หัวเชื้อ / กลิ่นสังเคราะห์
- ภายนอก
* น้ำแข็ง * เกลือ
สถานที่
- ร้านสะดวกซื้อ
- รถเข็น
- Swensen
- KFC
- ห้างสรรพสินค้า
การรักษา
- แช่ตู้เย็น

ลูกโป่ง

ฝรั่ง



แผนการสอนที่ 1

เรื่อง ลักษณะของฝรั่ง
ผู้สอน นาวสาวทิตติยา เข็มภูเขียว

เนื้อหา
สอนลักษณะของฝรั่งให้เด็กรู้จักเรื่องสี ขนาด จำนวน การนับ ฝรั่ง
อุปกรณ์
1.ฝรั่ง 10 ลูก
2.ตะกร้า 4 ใบ
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1. ครูนำฝรั่งขึ้นมา 2 ลูกและถามเด็กๆว่า เด็กรู้จักสิ่งที่ครูนำมาหรือไม่
2. ครูถามเด็กๆ ต่อไปว่า ฝรั่ง 2 ลูกนี้มีลักษณะอย่างไร
3. แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มเท่า ๆ กัน
4. ครูวางข้อตกลงและกติกาการเล่นเกมโดย
4.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยืนเรียงแถวตอนลึกโดยมีตะกร้าฝรั่งวางไว้หัวแถว และวางตะกร้าเปล่าออกไป 5 เมตร
4.2 ครูเป่านกหวีดให้สัญญาณ แล้วให้เด็กคนที่อยู่หัวแถวแต่และแถวหยิบฝรั่งที่อยู่ในตะกร้าที่อยู่หัวแถวไปใส่ในตะกร้าอีกใบที่เตรียมไว้และวิ่งกับไปหัวแถวใหม่และคนที่ 2 และคนต่อ ๆ ไปก็ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าฝรั่งจะหมดตะกร้า
4.3 ถ้าใครทำฝรั่งหลุดมือต้องวิ่งกลับมาเอาฝรั่งลูกใหม่มาใส่ตะกร้าแทน
4.4 ทีมใดนำฝรั่งใส่ตะกร้าได้หมดก่อนทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะ
4.5 จากนั้นให้แต่ละทีมนับดูว่าฝรั่งในตะกร้าของตัวเองมีกี่ลูก

แผนการสอนที่ 2

เรื่อง ส่วนประกอบของฝรั่ง
ผู้สอน นาวสาวสะกาวเดือน สงค์มา
เนื้อหา
ให้เด็กรู้ว่าฝรั่งมีส่วนประกอบ คือ เปลือก เนื้อ เมล็ด

อุปกรณ์
1. ฝรั่ง 2 ลูก
2.มีด
3.เขียง
4.จาน
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1 .ครูทบทวนการสอนครั้งที่แล้ว (ทบทวนจากคนที่ 1โดยการร้องเพลง)
2.ครูใช้คำถามว่าฝรั่งมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
3.ครูใช้คำถามเช่น ข้างนอกนี้เรียกว่าอะไร
4.จบด้วยภาพหรือคำคล้องจอง

แผนการสอนที่ 3

เรื่อง ประโยชน์ของฝรั่ง
ผู้สอน นาวสาวเกศสิณี เพิ่มญาติ
เนื้อหา
ให้เด็กรู้ว่าฝรั่งมีประโยชน์และโทษของฝรั่งอย่างไร

ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1.ครูนำเข้าสู่บทเรียน โดยการร้องเพลง
2.ครูเล่านิทานเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของฝรั่ง
3.ครูใช้คำถามกับเด็กว่าฝรั่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง

แผนการสอนที่ 4

เรื่อง สถานที่
ผู้สอน นาวสาวจิราภรณ์ ใจกล้า
เนื้อหา
เด็กพบเจอฝรั่งที่ไหนบ้าง

ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1.ครูพรเด็กๆไปทัศนะศึกษาตามสถานที่ต่างๆ
2.ครูสรุปว่าสถานที่ที่พบฝรั่งมี่ที่ไหนบ้าง

ขยะ



หน่วยขยะ
ลักษณะของขยะ
ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะรีไซเคิ้ล ขยะอันตราย
ขั้นนำ ครูและเด็กๆร่วมกันร้องเพลง
เพลงขยะ
ทิ้งขยะให้ถูกที่ ทิ้งดีๆทิ้งให้ลงถัง
เด็กๆทุกคนช่วยกัน(ซ้ำ) ทิ้งให้ถูกถังและลงที่เอ๋ย
ขั้นสอน
ผู้สอน นางสาวสมร บุญเพิ่ม
ครูอธิบายลักษณะของขยะแต่ละประเภท และชี้แจงให้เด็กเข้าใจว่าขยะมี 4 ประเภท
1.ขยะแห้ง 2.ขยะเปียก 3.ขยะรีไซเคิ้ล 4.ขยะอันตราย
ครูแบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ให้เด็กแต่ละกลุ่มมาหยิบขยะคนละ 1 ชิ้น ที่ครูเตรียมแล้วให้เด็กๆ นำขยะไปทิ้งลงถังขยะให้ตรงกับประเภทของขยะโดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆจนหมดทุกกลุ่ม ครูและเด็กช่วยตรวจสอบว่ากลุ่มไหนทำได้ถูก และมีรางวัลให้กับกลุ่มที่ทำถูก เป็นสติกเกอร์โดเรม่อน 1 ดวง
ขั้นสรุป ครูและเด็กอภิปรายและสรุปผลร่วมกัน
เกี่ยวกับขยะที่นำมาว่ามีกี่ประเภทเช่น ขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย


ประโยชน์
ขั้นนำ ครูและเด็กร่วมกันท่องคำคล้องจอง ร่วมกัน
ขยะมีประโยชน์หลายอย่าง นำมารีไซเคิลเป็นของเล่นก็ดี
เด็กๆทุกคนจงรู้ให้ดี ว่าขยะมีประโยชน์มากมาย
ขั้นสอน
ผู้สอน นางสาวอังคณา มูนะ
ครูทำบร์อดติดกล่องกระดาษที่สามารถรีไซเคิลได้ ให้เด็กๆดูและอธิบายว่าขยะประเภทไหนบ้างที่สามารถนำมารีไซเคิลได้
ให้เด็กๆนำขยะที่สามารถรีไซเคิลเป็นกล่องกระดาษที่เหลือใช้ เช่น กล่องยาสีฟัน กล่องขนม กระดาษสำหรับใช้ ครูสอนวิธีการนำมาใช้ใหม่โดยทำเป็นรถลาก
ขั้นสรุป
ครูและเด็กอธิบายร่วมกันว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำขยะมารีไซเคิล และให้เด็กทราบถึงประโยชน์


สถานที่
ขั้นนำ
ครูและเด็กๆร่วมกันร้องเพลง
เด็กๆรู้ไหม ขยะอยู่ที่ไหนบ้าง
บ้างก็อยู่ริมทาง
บ้างก็อยู่บนพื้นที่ทุกแห่งหน
พวกเราทุกคนต้องช่วยกันเก็บขยะ
ขั้นสอน
ผู้สอน นางสาวแอ๋ว ซิ้มเทียม
1.ครูถามเด็กๆว่าเด็กๆเคยเห็นขยะจากที่ไหนบ้าง
2.ครูพาเด็กไปเดินดูขยะบริเวณรอบโรงเรียนก่อนถึงสัปดาห์ที่ 1
3.ให้เด็กๆบอกว่าภาพขยะตามไหนบ้าง

ขั้นสรุป
ครูและเด็กร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับขยะตามพื้นที่ต่างๆที่เด็กไปเห็นมาและบอกวิธีการรักษาความสะอาด

นก



กิจกรรมคณิตศาสาตร์
หน่วยนก
สมาชิกกลุ่ม
นางสาว วิภาดา แดงพรม
นางสาว สิริพร อนันต์
นางสาว สุกานดา พันธุ์วิจิตร

ชื่อ กิจกรรมนกหรรษา
วิธีการดำเนินกิจกรรม
การนับ
1.นับจำนวนนกทั้งหมดว่ามีกี่ตัว
2.นับจำนวนสีของนก
3.นับประเภทของนก
ตัวเลข
1. ครูวางภาพของนกแล้วให้เด็กเอาสัญญาลักษณ์มาวางตามจำนวนนก
2.ให้เด็กวางสัญลักษณ์ตามประเภทของนก
การจับคู่
1.ครูให้เด็กจับคู่ตามขนาดของนก
2.ครูให้เด็กจับคู่ตามสีของนก
3.ครูให้เด็กจับคู่ประเภทของนก
การจัดประเภท
1.ครูให้เด็กจัดประเภทของนกแต่ละชนิด
2.ครูให้เด็กจัดประเภทสีของนก
3.ครูให้เด็กจัดประเภทขนาดของนก
การเปรียบเทียบ
1.ครูให้เด็กเปรียบเทียบสีของนกแต่ละชนิด
2.ครูให้เด็กเปรียบเทียบขนาดของนกแต่ละชนิด
3.ครูให้เด็กเปรียบเทียบลักษณะของนกแต่ละชนิด
การจัดลำดับ
1.ครูให้เด็กจัดลำดับขนาดของนก
2.ครูให้เด็กจัดลำดับประเภทของนก
3.ครูให้เด็กจัดลำดับสีของนก
รูปทรงและเนื้อที่
1.ครูให้เด็กเลือกกรงนกที่มีเนื้อที่เหมาะสมกับตัวนก
2.ครูให้เด็กเลือกภาชนะใส่อาหารให้เหมาะสมกับคัวนก

การวัด
1.ครูให้เด็กวัดขนาดปีกของนก
2.ครูให้เด็กวัดรอบหัวของนก
3.ครูให้เด็กวัดความยาวของตัวนก
เซท
1.ครูให้เด็กเซทนกตามสี
2.ครูให้เด็กเซทนกตามขนาด
3.ครูให้เด็กเซทนกตามประเภท
เศษส่วน
1.มีนกอยู่2ตัวให้เพื่อนไปเลี้ยง1ตัว อีกตัวหนึ่งนำไปปล่อย
2. นำรูปนก2ตัวมาใส่ในกรงอีก1ตัวใส่ในตะกร้า
การทำตามแบบหรือลวดลาย
1.เอาสีของภาพนกมา
2. ขนาด
3.รูปทรง
4. พื้นที่
การอนุรักษ์
1.นกทีใส่กรงกับนกที่ใส่กล่อง

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552

การเข้าชั้นเรียน 22 ม.ค.2552

1 = ไม่มา 2 = มา

พรรณนิภา อ่ำช่วย 1

ฐิติมา โสภณ 1

เรวดี เดชบุญพบ 2

แอ๋ว ซิ้มเทียม 2

อรธิรา ด้วงเงิน 1

สมร บุญเพิ่ม 2

จันทร์ฉาย ลาวพิมาน 2

นูรดีนา กาดามุง 2

อังคณา มูนะ 2

ธารทิพย์ จังหรีด 1

สุกานดา พันธุ์วิจิตร 2

ทิตติยา เข็มภูเขียว 1

เกศสินี เพิ่มญาติ 2

พัฒนา ผึ่งผาย 1

ฐิตาพร ดารากร ณ อยุธยา 1

สวานี อุแม 1


วิภาดา 2

พัชนี แบ่งเพชร 1


จิราภรณ์ สุภรส 2


จิราภรณ์ ใจกล้า 2

จิราวรรณ สีเหลื่อม 1

ณัฐพร นุยา 1

ดุษฎี อภิญญาคม 2

วรรณิษา แหวนวงษ์ 1

สิริพร อนันต์ 2

นฤมล บุญสันท์ 2

นุตาวรรณ หมัดนุรักษ์ 2

พิราพร ประดับเสริฐ 1

เพลินพิศ มั่งมูล 2

ภีรณัฐ พวงมณี 1

วราลี สมรภูมิ 1

วัชรา ทิพเจริญ 1

วิพาวดี ลิ่มมโนชฌ์ 2

สะกาวเดือน สงค์มา 2

สายใจ อาชีวะ 2

สุนิดา ทิพประมวล 1

สุวารี หอมรองบน 1

อรุณกมล สืบพรม 2

อัจฉราพรรณ สิทธิ์สีจัน 2

อุบล ไตรภพ 2

ปาจรีย์ ทองสีนุช 2


ทิตติยา เข็มภูเขียว 2



กนกวรรณ ไข่ติยากุล 2

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การเข้าชั้นเรียน 17 ธ.ค.2552

1 = มา 2 = ไม่มา

พรรณนิภา อ่ำช่วย1
1.ชื่อและคำอธิบาย
2.วิจัยต้องเป็น PDF แล้วค่อยมาสรุปในบล็อค
3.นิทาน ต้องมีชื่อเรื่อง (เนื้อเรื่อง ต้องประกอบด้วย สถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ ตัวละคร ความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ต้องสื่อว่าเราต้องการให้เด็กมีประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์เรื่องใด และอควรสอดแทรกคุณธรรม)
4.บทความควรสัมพันธ์กับเด็กปฐมวัย

ฐิติมา โสภณ1
1.ไปศึกษาสิ่งที่เพื่อนปฏิบัติและคำอธิบายรายวิชาว่ามีสิ่งใดบ้างที่ต้องสะสมในบล็อค
2.ถามตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับสภาพที่คุณเป็นอยู่ด้วยเหตุและผลว่าสิ่งใดเป็นเหตุด้วยการพิจารณา(ตนเอง)อย่างยุติธรรม

เรวดี เดชบุญพบ1
เช่นเดียวกับ ฐิติมา โสภณ ขอให้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับปัจจุบันจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

แอ๋ว ซิ้มเทียม 2
ศึกษาเช่นเดียวกับเพื่อนข้างต้น

อรธิรา ด้วงเงิน 2
1. ชื่อและคำอธิบายยังไม่พัฒนาเลย
2. เพลงสำหรับหนูแต่จริงแล้วเป็นคำคล้องจองใช่หรือไม่
3. ตรวจดูภาษาที่พิมพ์ ภูมิใจ ไม่ใช่ ภูมิไจ ยังมีคำอื่นๆอีกตรวจให้ละเอียด
4. งานวิจัยไม่เอาในบล็อคของคนอื่น ต้องเป็นทั้งเล่มที่เป็น PDF
5. ครูดูความสมดุลย์ขององค์ประกอบด้วยนะจ๊ะไม่ใช่มีเท่าไหร่ก็ใส่เข้าไป

สมร บุญเพิ่ม 1
1. ข้อควรปรับปรุงดูให้ละเอียดตั้งแต่ชื่อบล็อคคำอธิบาย
2. เปรียบเทียบกับของดุฎษดี บรรทัดต่อบรรทัด

จันทร์ฉาย ลาวพิมาน 2
ศึกษาเปรียบเทียบกับเพื่อนเพื่อเพิ่มเติมในสิ่งที่บล็อคตนไม่มี

นูรดีนา กาดามุง 1
1.นิทานตอนจบไม่สัมพันธ์กันห้วนๆชอบกลแก้ไขหน่อย
2.เพลงดูแล้วไม่น่าเป็นเพลงไม่อย่างนั้นลองร้องให้ฟังวันพฤหัสบดีที่ 18 ธ.ค. 51
3.เกม ยากเกินไปหรือเปล่าสำหรับเด็กอายุ 6 ปี
4.องค์ประกอบในบล๊อคยังไม่สมบูรณ์

อังคณา มูนะ 1
ศึกษาจากกลุ่มและรีบปรับปรุงโดยด่วน

ธารทิพย์ จังหรีด 1
งานวิจัยต้องเป็น PDF

สุกานดา พันธุ์วิจิตร 2
1. บทความที่1และ2ไม่น่าจะเรียกเป็นบทความ แต่2และ 3น่าจะเป็นบทความ
แต่ต้องไม่ลืมตรวจดูให้ดีว่า ซ้ำกับเพื่อนหรือไม่
2.งานวิจัยมีลักษณะย่างไรตรวจเช็คกับเพื่อน
3. เกมยากไปหรือไม่

ทิตติยา เข็มภูเขียว 2
ตรวจดูทุกจุดและแก้ไขด่วน

เกศสินี เพิ่มญาติ 2
ศึกษาข้อตกลงและแก้ไขโดยด่วน

พัฒนา ผึ่งผาย 2
ศึกษาข้อตกลงและแก้ไขโดยด่วน

ฐิตาพร ดารากร ณ อยุธยา 2
ทุกอย่างสงบนิ่ง (ทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียใจ )

สวานี อุแม 1
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

วิภาดา 2

พัชนี แบ่งเพชร 1


จิราภรณ์ สุภรส 1


จิราภรณ์ ใจกล้า 2

จิราวรรณ สีเหลื่อม 1

ณัฐพร นุยา 1

ดุษฎี อภิญญาคม 1

วรรณิษา แหวนวงษ์ 1

สิริพร อนันต์ 2

นฤมล บุญสันท์ 2

นุตาวรรณ หมัดนุรักษ์ 1

พิราพร ประดับเสริฐ 1

เพลินพิศ มั่งมูล 1

ภีรณัฐ พวงมณี 1

วราลี สมรภูมิ 1

วัชรา ทิพเจริญ 1

วิพาวดี ลิ่มมโนชฌ์ 2

สะกาวเดือน สงค์มา 1

สายใจ อาชีวะ 1

สุนิดา ทิพประมวล 1

สุวารี หอมรองบน 2

อรุณกมล สืบพรม 2

อัจฉราพรรณ สิทธิ์สีจัน 1

อุบล ไตรภพ 1

ปาจรีย์ ทองสีนุช 1


ทิตติยา เข็มภูเขียว 2



กนกวรรณ ไข่ติยากุล 2

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

นักศึกษาฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษา 2 สัปดาห์

งานที่มอบหมายในช่วง 2 สัปดาห์
สังเกตการจัดประสบการณ์ที่บูรณาการคณิตศาสตร์ในสถานศึกษา
อ. จ๋า

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กลอนคณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์
1.กลอนหนึ่ง-สอง
หนึ่ง สอง มือตีกลอง ตะล็อก ต็อกแทร๊ก
สาม สี่ ดูให้ดี
ห้า หก ส่องกระจก
เจ็ด แปด ถือปืนแฝด
เก้า สิบ กินกล้วยดิบ ปวดท้องร้องโอย โอย

2.กระรอกบอกข่าว
กระรอก กระรอก เจ้ามาบอกข่าว
ขนนุ่ม หางยาว มากันกี่ตัว
หนึ่ง สอง สาม สี่ อยู่นี่เป็น ห้า
รีบบอกข่าวมา ไม่ต้องตื่นกลัว
กระรอกบอกข่าว ว่าฝนจะตก
ตัวสั่นงันงก ส่งเสียงรัว รัว

3.ซ้าย-ขวา
เราใช้อะไร อ๋อมือสองข้าง
ซ้าย ขวา ใช้ต่าง กันบ้างนิดหน่อย
มือขวาถนัดกว่า เพราะว่าใช้บ่อย
มือซ้ายใช้น้อย ไม่ค่อยถนัดเอย

4.ซ้าย-ขวา
ปรบมือข้างซ้าย (ปรบมือทางซ้าย 2 ครั้ง)
ปรบมือข้างขวา (ปรบมือทางขวา 2 ครั้ง)
พวกเรามาสนุกเฮฮา ปรบมือข้างซ้าย ปรบมือข้างขวา

5.ซ้าย-ขวา
เราปักชื่อที่เสื้อด้านขวา ด้านซ้ายนั้นหนามีกระเป๋า
เราจำจากเสื้อของเรา เสื้อของเขาก็มีขวา-ซ้ายเอย

6.ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง-กลาง-หนา-บาง
แม่กระต่ายเดินมา นำหน้าลูกน้อย
เดินตามต้อยต้อย สีขาวอยู่หลัง
สีดำน่าดู เดินอยู่ตรงกลาง
ทางซ้ายหญ้าบาง ทางขวาหนาเอย

7.เท่ากัน-ไม่เท่ากัน
ช้างมีสี่ขา ม้ามีสี่ขา
คนเรานั้นหนา สองขา ต่างกัน
ช้างม้า มีขา สี่ขา เท่ากัน
แต่กับคนนั้น ไม่เท่ากันเอย


8.นกสิบตัว
นกสิบตัวเกาะอยู่บนกิ่งไม้
ตัวหนึ่งบินไปเหลือเก้าตัว
(ลดจำนวนนกลงไปตามลำดับ จนกระทั่งเหลือนกหนึ่งตัว)
นกหนึ่งตัวเกาะอยู่บนกิ่งไม้
พอมันบินไปก็ไม่มีนกเหลือเลย

9.บน-ใต้
ฉันนอน บนเตียง ส่งเสียง แจ๋วแจ๋ว
หนูห่ม ผ้าแล้ว ไว้กัน ลมหนาว
นอนดิ้น ไปมา ฝันว่า คว้าดาว
ตื่นมา แสนหนาว ผ้าตก ใต้เตียง

10.บน-ใต้-ใกล้-ไกล
ลูกเป็ดยืนอยู่ใกล้ ฟางกองใหญ่ใกล้ริมทาง
ลูกหมาวิ่งส่ายหาง ยังอยู่ห่างไกลออกไป
ลูกนกผกโผบิน แล้วบินเกาะบนไม้ใหญ่
กระต่ายขาวแสนตกใจ วิ่งมาใต้ต้นไม้เอย

11.เป็ดห้าตัว
เป็ดน้อยห้าตัวเตาะแตะตามกัน เดินเพลิดเพลินมาในไพวัลย์
ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ แม่เรียกเสียงดัง เป็ดน้อยสี่ตัวกลับมาน่าชัง
(ถึงไม่กลับเลยแนะเออน่าชัง)
แม่เป็ดขนงามเดินตามลูกไป ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ กึกก้องในไพวัลย์
ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ แม่เรียกเสียงดัง เป็ดน้อยห้าตัวกลับมาดีจัง


12.มาก-น้อย
แม่ให้ เงินพี่ วันนี้ ห้าบาท
แต่ฉัน ได้ขาด สองบาท ใช่ไหม
ฉันได้ สามบาท น้อยกว่า เสียใจ
พี่ได้ มากกว่า ยิ้มร่า ยินดี


13.มาก-น้อย,เท่า-ไม่เท่า,สูง-ต่ำ,สั้น-ยาว
มีเด็กสองคน วิ่งวนเลี้ยงไก่
คนสูงถือไม้ อันยาวหนักหนา
มีไก่สิบตัว มากจนลายตา
อีกคนน้อยกว่า ห้าตัววิ่งไว
ถือไม้อันสั้น เขานั้นตัวต่ำ(เตี้ย)
นับไก่น่าขัน เท่ากันหรือไม่
ห้าตัว สิบตัว รีบนับเร็วไว
สูง-ต่ำมีไก่ ไม่เท่ากันเลย

14.แม่ไก่-ลูกไก่
หนึ่ง สอง สามและสี่ แม่ไก่มีลูกสี่ตัว
ลูกจ๋าอย่าทำชั่ว จงเกรงกลัวเรื่องบาปกรรม
ลูกเจี๊ยบต่างรักแม่ จึงมีแต่เชื่อฟังคำ
ทำดีทุกเช้าค่ำ หากทำชั่วจะเป็นทุกข์
แม่มองเจี๊ยบทั้งสี่ เป็นเด็กดีแล้วมีสุข
จึงร้องว่า “กุ๊ก กุ๊ก” แม่รักลูกทุกทุกตัว


15.แม่ค้าข้าวหลาม
แม่ค้า แม่ค้าข้าวหลาม ซื้อ หนึ่ง สอง สาม ราคาเท่าไร
ขอซื้ออีก สี่ ห้า หก ข้าวหลามกลิ้งตกรีบเก็บไวไว
ซื้อหกขอแถมอีกหนึ่ง ไปจิ้มน้ำผึ้งอร่อยเหลือใจ

16.ลูกแมวสิบตัว
ลูกแมวสิบตัวไต่อยู่บนหลังคา
ตัวหนึ่งกระโดดตุ๊บลงมาเหลือลูกแมวเก้าตัว
(ลดจำนวนลงไปตามลำดับจนกระทั่งเหลือหนึ่งตัว)
ลูกแมวตัวหนึ่งไต่อยู่บนหลังคา
พอมันกระโดดลงมาบนหลังคาก็ไม่มีแมว

17.ลูกหนู
ลูกหนูตัวหนึ่งซ่อนอยู่ในตู้ อีกตัวตามมาดูรวมเป็นสองตัว
(นับขึ้นเรื่อยๆจนครบสิบ)

18.สั้น-ยาว
ไม้บรรทัด ของฉัน อันยาว เท่านี้
ดินสอ ของพี่ สั้นกว่า ใช่ไหม
ยางลบ ของน้อง ยิ่งสั้น ลงไป
ไม้บรรทัด นี่ไง ยาวกว่า ใครเลย


19.สูง-เตี้ย
เสาธง ตรงแน่ว เห็นแล้ว ใช่ไหม
มีเสา ชาติไทย ผูกไว้ นั่นหนา
เสาธง สูงเด่น มองเห็น งามตา
ต้นไม้ เตี้ยกว่า เสาสูง จริงเอย


20.หนัก-เบา
นั่นแน่ใบไม้ ปลิวลมไปมา
สบายจริงหนา เพราะเบาเหลือใจ
ก้อนหินอยู่นิ่ง กลิ้งไปไม่ได้
หนักกว่าใบไม้ ลมแรงไป

21.หนา-บาง
โต๊ะเรียน ของฉัน นั้นทำ ด้วยไม้
ไม้หนา เห็นไหม ฉีกไม่ ขาดเลย
กระดาษ ของฉัน นั้นบาง เหลือเอย
ฉีกนิด ขาดเลย ไม้หนา น่าชม

22.หน้า-กลาง-หลัง
เรือใบ สีแดง แล่นแซง ขึ้นหน้า
เรือใบ สีฟ้า ตามมา อยู่กลาง
เรือใบ ลำไหน แล่นอยู่ ข้างหลัง
สีขาว ช้าจัง อยู่หลัง สุดเลย

23.หนึ่ง-สอง-สาม
หนึ่ง สอง สาม เป็นยามปลอด สี่ ห้า ลอดรั้วออกไป
หก เจ็ด แปด แดดแจ่มใส เก้า สิบ ไวไววิ่งไล่กัน
สิบเอ็ด สิบสอง รีบย่องกลับ สิบสาม สิบสี่ หลับแล้วฝัน
สิบห้า สิบหก ตกเตียงพลัน สิบเจ็ด สิบแปด นั้นฉันหัวโน

24.ใหญ่-เล็ก
มาลี เดินมา เห็นหมา ตัวใหญ่
มาลี ร้องไห้ ตกใจ กลัวหมา
เห็นแมว ตัวน้อย ค่อยค่อย ก้าวมา
แมวเล็ก กว่าหมา มาลี ไม่กลัว

25.ใหญ่-เล็ก,อ้วน-ผอม
หนูนิดเป็นพี่ ดูซิตัวใหญ่
อ้วนกว่าหนูใหม่ ตัวเล็กเป็นน้อง
หนูใหม่นั้นหนา ผอมกว่าเป็นกอง
นิดหนักกว่าน้อง ใหม่ผอมตัวเบา

26.อ้วน-ผอม
มีเด็ก คนหนึ่ง ซึ่งเขา กินมาก
ลุกนั่ง ลำบาก เพราะอ้วน เกินไป
ส่วนเด็ก อีกคน ไม่กิน อะไร
จนผอม เหลือใจ ไม่มี เรี่ยวแรง

อ.จ๋า

การเรียนการสอนสัปดาห์ที่3

ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์การเกิดพัฒนาการทางสติปัญญาตามทฤษฎีเพียเจต์ เป็นผลเนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อมโดยบุคคลพยายามปรับตัวโดยใช้กระบวนการ 2 อย่าง คือ

กระบวนการดูดซึม
เป็นกระบวนการที่เกิดจากการที่เด็กพบหรือปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมแล้วรับหรือดูดซึมภาพเหตุการณ์ต่างๆเข้าไว้ในความคิดของตน

กระบวนการปรับให้เหมาะ
เป็นกระบวนการปรับความรู้เดิมให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่หรือสามารถปรับความคิดเดิมให้สอดคล้องกับสิ่งใหม่ ทำให้เด็กอยู่ในสภาวะสมดุล ซึ่งทำให้เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้

พัฒนาการทางสติปัญญา เพียเจต์ได้จัดกระบวนการทางสติปัญญา เป็น 4 ขั้น(นำเสนอเพียง2 ขั้นที่สอดคล้องกับเด็กปฐมวัย)
1.ระยะใช้ประสาทสัมผัส ตา หู มือ เท้า ระยะแรกเกิดถึง 2 ปีเป็นการเก็บข้อมูลในขั้นต้นของเด็ก
2.ระยะคุมอวัยวะต่างๆ อายุ 2-7 ปี
2.1 อายุ 2-4ปี มีพัฒนาการทางสมองที่ใช้ ควบคุมการพัฒนาลักษณะนิสัยและการทำงานของอวัยวะต่างๆ ใช้ภาษาเพื่อสื่อสารอย่างง่ายๆ ใช้เหตุผลได้บ้างแต่ยังตอบตามที่ตามองเห็น
2.2 อายุ 4-6ปี ใช้ภาษาเป็นประโยคได้ดีขึ้นใช้เหตุผลได้ดีขึ้น ซึ่งจะพัฒนาไปสู่การคิดเชิงอนุรักษ์คือการคิดและตอบด้วยเหตุผลนั้นคือความเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณหรือปริมาตรว่าจะยังคงที่แม้รูปร่างรูปทรงจะเปลี่ยนแปลงไป
เพียเจต์ได้ลำดับความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามระดับพัฒนาการ
1. การจัดหมวดหมู่ ( Classification )โดยจัดพวกที่มีลักษณะเหมือนๆกันเข้าพวก
2. การเรียงลำดับ ( Seriation )โดยเรียงลำดับสิ่งที่มีลักษณะเดียวกันตามลำดับ(มีการเปรียบเทียบและเรียงลำดับโดยมีจุดเริ่มต้นเท่ากันหรือในระดับเดียวกัน
3. ความสัมพันธ์เกี่ยวกับระยะ (Spatial Relationships )ได้แก่ ระยะทางใกล้ไกลและทิศทางการเคลื่อนไหว
4. ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเวลา ( Temporal Relationships )เช่น นาน ,ช้า, เร็ว เป็นต้น
5. การอนุรักษ์ ( Conservation )เป็นความเข้าใจเกี่ยวกับการคงที่ของปริมาณวัตถุแม้รูปร่างจะเปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้นเมื่อคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็กปฐมวัยดังนั้นครูจะต้องวางแผนและเตรียมการอย่างดีเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กค้นคว้า,ค้นพบ ,แก้ปัญหา และพัฒนาความคิดรวบยอดตลอดจนทักษะและความรู้ด้านคณิตศาสตร์เพื่อเป็นพื้นฐานการศึกษาในระดับสูงต่อไป

ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ตามหลักเพียเจต์
1. ความรู้ทางด้านกายภาพ เป็นความรู้ที่ได้จาการใช้ประสาทสัมผัส เป็นความรู้ภายนอกที่เกิดจากการปฎิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมโดยตรง
2. ความรู้ด้านเหตุผลทางคณิตศาสาตร์ เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นภายในที่เกิดจากการเชื่อมโยงเข้ากับทฤษฎีโดยการลงมือกระทำที่เป็นผลสะท้อนนั้นเองนั้นคือความรู้ด้านเหตุผลทางคณิตศาสตร์จะเกิดขึ้นหลังจากที่เด็กได้ลงมือกระทำกิจกรรมโดยอาศัยความเชื่อมโยงจากข้อเท็จจริงที่เห็นไปสู่ความเข้าใจหรือความคิดรวบยอดต่อไป การที่เด็กจะไปสรุปเรื่องต่างๆ ได้เองนั้นๆจะต้องได้รับประสบการณ์หลายๆอย่างที่ตนได้ลงมือปฎิบัติโดยใช้วัสดุรูปธรรมได้เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติรวมทั้งจากสภาพที่จงใจหรือมีการวางแผนเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้นั้นเอง
ผู้ใหญ่จะต้องระลึกไว้เสมอว่าสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยก็คือ การให้เด็กได้ลงมือปฎิบัติได้ใช้สิ่งของนั้นๆได้สืบค้น ได้เลือก ได้ตัดสินใจด้วยตนเอง ได้คิดอย่างมีเหตุผล และเป็นขั้นตอน มิใช่ให้เรียนรู้แค่เพียงคำตอบที่ถูกต้องเท่านั้น


ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัยศึกษา
การจัดหลักสูตรจะต้องมีความสมดุลและอาศัยครูที่มีวิชาความรู้ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับขอบข่ายของคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย นั่นคือครูจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างลำดับขั้นการพัฒนาการของเด็กกับกระบวนการสอนและเนื้อหาทางคณิตศาสตร์ ดังที่แอลมี (Almy) กล่าวว่า “ครูที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการคิดของเด็กและเนื้อหาที่สอนเป็นอย่างดีจึงจะสอนคณิตศาสตร์ได้” นอกจากนี้ครูจะต้องเป็นที่รู้จักเด็กของตนเองเป็นอย่างดี รู้ว่าแต่ละคนจะต้องใช้วิธีการอย่างไรจึงจะได้ผล และรู้ระดับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนเพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ครูจัดกิจกรรมและเนื้อหาได้เร้าใจและน่าสนใจมากขึ้น
ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัยศึกษาควรประกอบด้วยหัวข้อของเนื้อหาหรือทักษะดังต่อไปนี้
1. การนับ (counting) เป็นคณิตศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขอันดับแรกที่เด็กรู้จัก เป็นการนับอย่างมีความหมาย เช่น การนับตามลำดับตั้งแต่ 1-10 หรือมากกว่านั้น
2. ตัวเลข (Numeration) เป็นการให้เด็กรู้จักตัวเลขที่เห็นหรือใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กเล่นของเล่นเกี่ยวกับตัวเลข ให้เด็กได้นับและคิดเอง โดยครูเป็นผู้วางแผนจัดกิจกรรม อาจมีการเปรียบเทียบแทรกเข้าไปด้วย เช่น มากกว่า น้อยกว่า ฯลฯ
3. การจับคู่ (Matching) เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตลักษณะต่าง ๆ และจับคู่สิ่งที่เข้าคู่กัน เหมือนกัน หรืออยู่ประเภทเดียวกัน
4. การจัดประเภท (Classification) เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตคุณสมบัติของสิ่งต่าง ๆ ว่ามีความแตกต่างกันหรือเหมือนกันในบางเรื่อง และสามารถจัดเป็นประเภทต่าง ๆ ได้
5. การเปรียบเทียบ (Comparing) เด็กจะต้องมีการสืบเสาะและอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่งหรือมากกว่า รู้จักใช้คำศัพท์ เช่น ยาวกว่า สั้นกว่า หนักกว่า เบากว่า ฯลฯ
6. การจัดลำดับ (Ordering) เป็นเพียงการจัดสิ่งของชุดหนึ่ง ๆ ตามคำสั่งหรือตามกฎ เช่น จัดบล็อก 5 แท่งที่มีความยาวไม่เท่ากัน ให้เรียบตามลำดับจากสู่ไปต่ำ หรือจากสั้นไปยาว ฯลฯ
7. รูปทรงและเนื้อที่ (Shape and Space) นอกจากให้เด็กได้เรียนรู้รูปทรงและเนื้อที่จากการเล่นตามปกติแล้ว ครูยังต้องจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า ความลึก ตื้น กว้างและแคบ
8. การวัด (Measurement) มักให้เด็กลงมือวัดด้วยตนเอง ให้รู้จักความยาวและระยะทาง รู้จักการชั่งน้ำหนักและรู้จักการประมาณอย่างคร่าว ๆ ก่อนที่เด็กจะรู้จักการวัด ควรให้เด็กได้ฝึกฝนการเปรียบเทียบและการจัดลำดับมาก่อนที่เด็กจะรู้จักการวัด ควรให้เด็กได้ฝึกฝนการเปรียบเทียบและการจัดลำดับมาก่อน
9. เซท (Set) เป็นการสอนเรื่องเซทอย่างง่าย ๆ จากสิ่งรอบ ๆ ตัว มีการเชื่อมโยงกับสภาพรวม เช่น รองเท้ากับถุงเท้า ถือว่าเป็นหนึ่งเซท หรือห้องเรียนมีบุคคลหลายประเภท แยกเป็นเซทได้ 3 เซท คือ นักเรียน ครูประจำชั้น ครูช่วยสอน เป็นต้น
10. เศษส่วน (Fraction) ปกติแล้วการเรียนเศษส่วนมักเริ่มเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 แต่ครูปฐมวัยสามารถสอนได้โดยเน้นส่วนรวม (The Whole Object) ให้เด็กเห็นก่อน มีการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เด็กได้เข้าในความหมายและมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับครึ่งหรือ1/2
11. การทำตามแบบหรือลวดลาย (Patterning) เป็นการพัฒนาให้เด็กจดจำรูปแบบหรือลวดลาย และพัฒนาการจำแนกด้วยสายตา ให้เด็กฝึกสังเกตฝึกทำตามแบบและต่อให้สมบูรณ์
12. การอนุรักษ์ (Conservation) ช่วงวัย 5 ขวบขึ้นไป ครูอาจเริ่มสอนเรื่องการอนุรักษ์ได้บ้าง โดยให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง จุดมุ่งหมายของการสอนเรื่องนี้ก็คือ ให้เด็กมีความคิดรวบยอดเรื่องการอนุรักษ์ที่ว่า ปริมาณของวัตถุจะยังคงที่ไม่ว่าจะย้ายที่หรือทำให้มีรูปร่างเปลี่ยนไปก็ตาม

อ. จ๋า
จากหนังสือคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย อ.นิตยา ประพฤติกิจ
แอ๋ว ซิ้มเทียมตรวจดูชื่อและคำอธิบายและการเขียนบันทึกหลังการสอนมีความสำคัญเพื่อสรุปบทเรียนว่าคุณได้เรียนรู้ในเรื่องใดปรับเพื่อเรื่องข้อมูลการลิงค์ สรุปการเรียนขอให้เขียนว่าเป็นของวันอะไรที่เท่าไหร่ให้ชัดเจน
บทความและเพลงเอาของใครมาต้องบอกหรือถ้าแต่งเองก็ต้องบอก

อรธิรา ด้วงเงินการสรุปหลังการสอนควรเขียนให้อ่านง่ายจัดเป็นประเด็นสรุปการเรียนขอให้เขียนว่าเป็นของวันอะไรที่เท่าไหร่ให้ชัดเจน
ส่วนการลิงค์ฝ่ายทะเบียนขอให้ลิงค์ตรงไปที่ผลการเรียน,ตารางเรียนของเราในแต่ละภาคเรียน บทความและเพลงเอาของใครมาต้องบอกหรือถ้าแต่งเองก็ต้องบอก

สมร บุญเพิ่มตรวจดูชื่อและคำอธิบายการสรุปหลังการสอนควรเขียนให้อ่านง่ายจัดเป็นประเด็นสรุปการเรียนขอให้เขียนว่าเป็นของวันอะไรที่เท่าไหร่ให้ชัดเจนส่วนการลิงค์ยังขาดหลายรายการบทความและเพลงเอาของใครมาต้องบอกหรือถ้าแต่งเองก็ต้องบอก

จันทร์ฉาย ลาวพิมายตรวจดูชื่อและคำอธิบายการสรุปหลังการสอนควรเขียนให้อ่านง่ายจัดเป็นประเด็นสรุปการเรียนขอให้เขียนว่าเป็นของวันอะไรที่เท่าไหร่ให้ชัดเจนส่วนการลิงค์ยังขาดหลายรายการและควรเลือกตามที่ตกลงกันบางครั้งมันเลอะเทอะ

นูรดีนา กาดามุง
ตรวจดูชื่อและคำอธิบายการสรุปหลังการสอนควรเขียนให้อ่านง่ายจัดเป็นประเด็นสรุปการเรียน
(ตรวจดูว่าอายุที่เขียนถูกหรือไม่)ขอให้เขียนว่าเป็นของวันอะไรที่เท่าไหร่ให้ชัดเจน

อังคณา มูนะตรวจดูชื่อและคำอธิบายไม่มีการสรุปหลังการสอน ลิงค์ยังขาดหลายรายการและที่มีก็ลิงค์ไม่ได้

ธารทิพย์ ชิดจังหรีด
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคด้วยยังไม่มีการลิงค์ยังขาดหลายรายการ

สุกานดา พันธุ์วิจิตร
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคการสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้าง,เกมเหมาะสำหรับเด็กหรือเปล่า
ข้อมูลบทความและวิจัยทำได้ดี

ทิตติยา เข็มภูเขียว
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคการสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้าง
วิจัยใช้ได้แต่บทความลองพิจารณาดูใหม่ซิว่าเเป็นบทความคณิตศาสตร์หรือไม่

เกศสินี เพิ่มญาติ
แก้ไขชื่อและเพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคโดยปรับปรุงและเพิ่มข้อมูลด่วน

พัฒนา ผึ่งผาย
แก้ไขชื่อและเพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคไม่มีสรุปหลังการสอนการลิงค์ยังขาดหลายรายการและควรเลือกตามที่ตกลงกันบางครั้งมัน
เลอะเทอะ

ฐิตาพร ดารากร ณ อยุธยา
แก้ไขชื่อและเพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคไม่มีสรุปหลังการสอนการลิงค์ยังขาดหลายรายการและควรเลือกตามที่ตกลงกันไม่มีสรุปหลังการสอนแก้ปัญหาโดยด่วน

สวานี อูแม
ไม่มีการแก้ไขและเพิ่มเติมลิงค์ยังขาดหลายรายการและควรเลือกตามที่ตกลงกันบางครั้งมันเลอะเทอะ

สิริพร อนันต์
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้างงานวิจัยและบทความใช้ได้คะ

วิภาดา แดงพรม
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้างงานวิจัย,เกมและบทความใช้ได้คะ

พัชนี แบ่งเพชร
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้างงานวิจัย,เกมและบทความพิจารณาดูว่าเหมาะกับเด็กปฐมวัยหรือไม่

ปาจรีย์ ทองสีนุช
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคการลิงค์ควรเลือกตามที่ตกลงกันบางครั้งมันเลอะเทอะทุกเรื่องขอให้ตรวจดูว่าเหมาะกับเด็กปฐมวัยหรือไม่

อรุณกมล สืบพรม
ต้องพิจารณาและแก้ไขโดยด่วน

ณัฐพร นุยา
แก้ไขด่วน

วราลี สมรภูมิ
แก้ไขด่วน

พิราพร ประดับเสริฐ
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคงานซ้ำกับเพื่อน การลิงค์ฝ่ายทะเบียนควรลิงค์ข้อมูลที่ต้องการให้เรียบร้อย

จิราภรณ์ ใจกล้า
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้างห้ามไปลิงค์ที่รุ่นพี่การลิงค์ยังขาดหลายรายการและควรเลือกตามที่ตกลงกัน

สะกาวเดือน สงค์มา
แก้ไขด่วน

เพลินพิศ มั่งมูล
แก้ไขด่วน

สุวารี หอมรองบน
แก้ไขคำอธิบายดีมากแต่การสรุปควรขยายรายละเอียดเพื่อครูร้ว่าคุณได้เรียนอะไรไปบ้างพยายามดูตัวสะกดนะคะเราภูมิใจที่มีภาษาเป็นของตนเองแสดงเอกลักษณ์ที่บ่งบอกความมีรากเง้าและวัฒนธรรม โดย support link ควรจะlink ให้ตรงเรื่องที่เราต้องการส่วนบทความ,งานวิจัยซ้ำกับเพื่อน

อัจฉราพรรณ สิทธิ์สีจัน
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคการสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้างงานซ้ำกับเพื่อนแก้ไขตัวหนังสือให้เหมาะด้วย

อุบล ไตรภพ
การสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้าง ขอให้ทุกคนดูการlinkงานวิจัยของอุบล ไม่ควรไปเอาในบล็อคของผู้อื่นการลิงค์ฝ่ายทะเบียนควรลิงค์ข้อมูลที่ต้องการให้เรียบร้อย

วัชรา ทิพเจริญ
แก้ไขด่วน

สุนิดา ทิพประมวล
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อค ไม่มีสรุป หางานวิจัยโดยดูแบบของอุบล ไม่ควรไปเอาในบล็อคคนอื่น

จิราวรรณ สีเหลื่อม
แก้ไขด่วน

ดุษฎี อภิญญาคม
ทำได้ดีแล้วขอให้ช่วยเหลือเพื่อนเพื่อเป็นวิทยาทาน แต่ดูตัวหนังสือหน่อยดีไหมมันเทอะทะจังเลยทำให้ดูสวยน้อยลงไปนิดนึง

วรรณิษา แหวนวงษ์
แก้ไขด่วน เป็นเพื่อนกันต้องช่วยดูแลกันและชวนกันเรียนอย่าให้ใครว่าได้เพราะเป็นเหมือนกันเกือบทั้งกล่ม

จิราภรณ์ สุภรส
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อค ไม่มีสรุปหลังการสอนขอให้ดูข้อตกลง

สายใจ อาชีวะ
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อค ไม่มีสรุปหลังการสอนขอให้ดูข้อตกลง

นฤมล บุญสันท์
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อคการสรุปหลังการสอนควรเขียนใหครูเห็นว่าคุณได้เนื้อหาสาระอะไรบ้าง(พัฒนาการทางชีววิทยาหมายความว่าอย่างไร)แก้ไขตัวหนังสือให้เหมาะด้วยงานวิจัยขอให้ส฿กษาของอุบลและวิภาวดี

วิพาวดี ลิ่มมโนชฌ์
ทำได้ดีแล้วขอให้ช่วยเหลือเพื่อนเพื่อเป็นวิทยาทาน ด้วยแม้ว่าจะรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะช่วยเหลือก็ตาม

นุตาวรรณ หมัดนุรักษ์
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อค การสรุปหลังการสอนทำได้ดีแต่ลิงค์ยังขาดหลายรายการ

ภีรณัฐ พวงมณี
เพิ่มเติมคำอธิบายบล็อค ไม่มีสรุป หางานวิจัยโดยดูแบบของอุบล

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สัปดาห์ที่2

คณิตศาสตร์จะเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของเด็กหรือผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลามีคำพูดต่างๆมากมายที่สะท้อนความเกี่ยวข้องดังกล่าวเช่นเมื่อเช้าหนูตื่นสาย, วันนี้หนูดื่มนม2แก้ว,คุณพ่อซื้อดินสอให้3 แท่ง, เอาอันใหญ่ให้หนูด้วย, เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านคุณครูเบอร์อะไรครับ ประโยคเหล่านี้มีทั้งที่เป็นคำศัพท์และความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์
ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า เด็กเรียนรู้คณิตศาสตร์จากสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันแต่ถ้าต้องการสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นครูคงต้องเตรียมการและวางแผนกิจกรรมเพื่อให้เด็ก ค้นคว้า ค้นพบ และมีโอกาสแก้ปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เกิดความคิดรวบยอดและมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อนำไปใช้ในชีวตประจำวันต่อไป
จุดม่งหมายในการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ประสบการณ์ทำให้เด็กมีข้อมูลทางปัญญา(คำศัพท์,ความหมายต่างๆ)และมีโอกาสเรียนรู้(เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม)และใช้เหตุผลในการถกเถียงหรือโต้แย้งเพื่อบอกสิ่งที่ตนคิดหรือสิ่งที่เป็นคำตอบที่คิดว่าถูกต้อง ตลอดจนเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆนำไปสู่การเข้าใจได้ด้วยตนเอง จึงเป็นที่มาของพฤติกรรมเด็กที่บางครั้งเขาต้องการที่จะคิดหรือทำงานคนเดียวเงียบแต่ในบางครั้งก็อยากให้ครูหรือผู้ใหญ่ช่วยเหลือจึงอาจสรุปจุดมุ่งหมายได้ดังนี้
1. เพื่อพัฒนาความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์(การบวกหรือเพิ่ม,การลบหรือลด)
2.เพื่อให้เด็กรู้จักใช้กระบวนการในการหาคำตอบเช่นเมื่อเด็กบอกว่าพิมหนักว่าแก้มแต่บางคนบอกว่าแก้มหนักกว่าพิมเพื่อพิสูจน์และหาคำตอบจะต้องมีการชั่งน้ำหนักและบันทึกน้ำหนักและนำมาเปรียบเทียบ
3.เพื่อให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานทางคณิตศาสตร์นั้นคือคำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ ตลอดจนสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ขั้นต้น
4.เพื่อฝึกทักษะซึ่งเป็นความสามารถในการนับ,การวัด,การจับคู่,การจัดประเภท,การเปรียบเทียบ ,การลำดับ เป็นต้น
5.เพื่อส่งเสริมให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง
6.เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และอยากค้นคว้าทดลอง
อ.จ๋า